ประเด็นสนทนาเป็นเนื้อหาสำคัญของการพบปะพูดคุย และมักเป็นจุดเริ่มที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการพูดคุยกัน เปิดประเด็นได้ดีก็จะประสบความสำเร็จอย่างงาม เช่น เปิดประเด็นเรื่องการหาข่าวสำหรับนักข่าว ก็คือ การจี้ถูกจุดสำคัญของคู่สนทนา ทำให้ได้ข้อมูลข่าวสารที่ต้องการ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของการหาข่าวหรือล้วงข่าว ในการติดต่อสื่อสารนั้น ประเด็นสนทนาจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ผูกมิตรและเพิ่มความเข้าใจอันดีต่อกันได้
การเลือกประเด็นสนทนา ก่อนอื่นต้องเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคู่สนทนา อย่างเช่น สองคนพบกัน ทักทายกันว่า "วันนี้อากาศเย็นสบายดีนะ" หรือเริ่มด้วยการพูดว่า "อาการป่วยของลูกดีขึ้นหรือไม่" สังเกตคำพูดทั้งสองประโยคนี้ คุณก็สามารถเข้าใจระดับความสัมพันธ์ของคู่สนทนาทั้งสองได้ไม่ยาก เห็นได้ชัดว่า คู่สนทนาคู่หลังสนิทสนมมากกว่าคู่สนทนาคู่แรก แต่หลักการของการคบค้าสมาคมก็คือ "พบคนประเภทไหน ก็คุยเรื่องประเภทนั้น" การสนทนาเรื่องที่สนิทสนมหรือห่างเหินมากไป อาจทำให้คู่สนทนารู้สึกไม่สบอารมณ์ เสียบรรยากาศได้
ความลึกซึ้งในการสนทนา แบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 พูดทักทาย
การสนทนาระดับนี้ให้เลือกใช้คำพูดพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไป เช่น "ชุดที่คุณใส่ ดูดีมาก" หรือ "เราไม่ได้พบกันตั้งนาน" อะไรทำนองนี้ ซึ่งไม่ไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคู่สนทนา และ ไม่มีความหมายลึกซึ้ง แต่การสนทนาลักษณะนี้ก็มีความสำคัญ โดยทั่วไปจะใช้สำหรับการพบกันครั้งแรกหรือรู้จักกันผิวเผิน
ระดับที่ 2 พูดคุยผิวเผิน
เป็นขั้นการสนทนาที่มากกว่าการทักทาย มีเรื่องพูดคุยกันมากขึ้น เช่น การถามทุกข์สุข เรื่องส่วนตัวแบบผิวเผิน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการสนทนากับเพื่อนบ้านหรือเพื่อนฝูงที่ไม่ค่อยสนิท
ระดับที่ 3 พูดคุยอย่างออกรสชาติ
ในระดับนี้จะเป็นคู่สนทนาที่มีรสนิยมค่อนข้างตรงกัน ขณะเริ่มสนทนาก็พอจะกำหนดท่าทีได้ถูกต้อง แต่พอผ่านขั้นตอนการสนทนาปกติแล้ว ก็ต้องหาเรื่องที่มีความชอบตรงกันมาคุยต่อ
ระดับที่ 4 คุยได้ทุกเรื่อง
พอสนทนาถึงระดับนี้ แสดงว่าได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นคนรู้ใจแล้ว เรื่องพิธีรีตองหรือมารยาท ไม่ต้องคำนึงถึงมากนัก จะพูดคุยเรื่องอะไรก็เข้าใจกัน ไม่ต้องอธิบายมาก

1. เลือกเรื่องที่คู่สนทนาสนใจ
หัวข้อสนทนาเป็นปัจจัยสำคัญของการสนทนา ควรเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายสนใจ จึงจะพูดคุยกันได้นานอย่างออกรส และมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเปิดประเด็นที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สนใจหรือไม่รู้เรื่องเลย การสนทนานั้นก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว และคงพัฒนาความสัมพันธ์ได้ยาก
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาท่านหนึ่ง มีวาทศิลป์เป็นเลิศ ไม่ว่าท่านเจรจากับคนธรรมดาที่ไร้การศึกษาหรือนักการเมืองนักการทูต ท่านล้วนสามารถเลือกหัวข้อสนทนาได้อย่างเหมาะสม ท่านวิธีการอะไรหรือ? คำตอบคือ เมื่อท่านจะพบปะเจรจากับใคร ท่านจะศึกษาประวัติและข้อมูลของคนคนนั้นก่อน เพื่อทราบรสนิยมของคู่สนทนา
2. เลือกเรื่องที่คู่สนทนาถนัดและเชี่ยวชาญ
การพูดกับผู้อื่นเหมือนกับการตีปิงปอง การเปิดประเด็นสนทนาก็คือ การเสิร์ฟลูกปิงปอง เช่น คู่สนทนาเขียนบทความได้ดี หากเราพูดว่า "ได้อ่านบทความของคุณในหนังสือพิมพ์ คุณช่วยเล่าประสบการณ์ให้ฟังหน่อยได้ไหม?" เหมือนกับการเล่นปิงปอง เราเสิร์ฟลูกที่รับได้ง่าย เขาย่อมตีกลับได้อย่างสบาย ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างสบายอารมณ์ ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองย่อมดำเนินไปอย่างราบรื่นและแน่นแฟ้น หากรู้อยู่แล้วว่า คู่สนทนาของเราไม่ถนัดในการเขียนบทความ แต่กลับไปพูดว่า "อย่างนี้คู่สนทนาอาจต้องนิ่งอึ้งไป หรือไม่ยอมสนทนาด้วย และคงนึกในใจว่า คุณกำลังเย้ยหยันให้เขาเสียหน้า เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองย่อมพัฒนาไม่ได้
3. การสนทนาที่มีมากกว่าหนึ่งคน ต้องเลือกเรื่องที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน
อย่างเช่น ในสถานการณ์ที่มีผู้หญิงหลายคน แต่มีผู้ชายคนเดียวจะเลือกเรื่องที่สนใจร่วมกันนั้นค่อนข้างยาก เป็นไปได้ว่า ผู้หญิงอาจรวมตัวกัน พูดหยอกล้อกลั่นแกล้งผู้ชายคนเดียว หรือพูดแต่เรื่องที่พวกเธอสนใจโดยไม่ใส่ใจว่ามีเขาอยู่ด้วยอีกคน เช่น คุยเรื่องเสื้อผ้าการแต่งตัว ความสวยความงาม เป็นต้น ทำให้เขากลายเป็นส่วนเกินอยู่ตรงนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาควรหาจังหวะสอดแทรก เพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเธอและคุมเกมการสนทนา สิ่งที่จะขาดมิได้คือ ต้องมีจุดร่วม จุดสนใจและจุดที่เหมาะสม
หากไปพูดเรื่องที่ผู้ชายสนใจ เช่น กีฬา ข่าวการเมือง ก็อาจไม่ได้รับการตอบสนองจากพวกเธอ เพราะไม่ใช่เรื่องที่พวกเธอสนใจ แต่ถ้าในขณะที่เธอกำลังพูดถึงเรื่องเสื้อผ้า เขาอาจจะพูดแทรกเข้าไปว่า มีเสื้อผ้าแบบทันสมัยกำลังลดราคาที่ห้างแห่งหนึ่ง หรือดาราคนนั้นคนนี้เคยสวมใส่ รับรองพวกเธอต้องหันมาสนใจทันที และก็จะกลายเป็นจุดเด่นในวงสนทนา สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตนเองได้
Cr. วิธีโปรยเสน่ห์อย่างแนบเนียน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น