วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บริหารเวลาอย่างไร? ให้เกิดประโยชน์สูงสุด


        มีคนเป็นจำนวนมากที่เกิดความตึงเครียดขึ้นถึงขั้นรุนแรง เนื่องจากมองเห็นอยู่ว่าตนไม่สามารถทำสิ่งที่ "ควรจะต้องทำ" ให้เหมาะกับเวลาได้ ยังมีคนอีกเป็นจำนวนมากที่เสียเวลากับการทำในสิ่งที่ไม่อยากทำหรือไม่อาจส่งผลให้มองเห็นประโยชน์ที่จะเกิดตามมาได้

       คนที่มีงานล้นมือนั้นจำเป็นที่จะต้องทำ "งบประมาณเวลา" เช่นเดียวกับที่คนอื่นๆจัดสรร "งบประมาณในเรื่องเงิน"

       สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องจำไว้ก็คือ คนเราทุกคนนั้นล้วนมีเวลาในจำนวนเท่าเทียมกัน เคล็ดลับที่จะทำให้ตนเองมีเวลาก็คือ เลือกวิธีการที่จะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์


การบริหารตนเองกับเวลา

        เวลาเป็นสิ่งที่อาจหวนกลับและไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ เพราะฉะนั้นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จึงเท่ากับดำเนินชีวิตอย่างเปล่าประโยชน์ด้วยเช่นกัน ถ้าคุณทำให้เวลาเป็นสิ่งมีค่า คนอื่นเขาก็จะมองเห็นแบบเดียวกันนั้น ถ้าคุณทำให้มันเป็นสิ่งไร้ค่า ทำไมคนอื่นเขาจะต้องเห็นว่าเวลามีค่า?

      คำถามที่เกิดขึ้น คือ คุณทำให้ตัวเองกับเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าแล้วใช่หรือไม่?



       การบริหารเวลา ถ้าจะว่าไปแล้วคือส่วนหนึ่งของการบริหารตนเอง ขณะเดียวกันมีทั้งทัศนคติและปรัชญาของชีวิต เมื่อนาฬิกาเรือนหนึ่งคอยจับจ้องมองการกระทำของคุณอยู่

       ถ้าคุณไม่สนใจที่จะจำแนกแยกแยะความมีค่าของตนเอง ไม่รู้จักความสำคัญที่เกิดอยู่เป็นอันดับแรก และไม่สนใจว่าชีวิตจะดำเนินไปในรูปแบบใด เทคนิคมหัศจรรย์ทั้งหลายก็ไม่สามารถจะช่วยชีวิตลดความตึงเครียดหรือแรงกดดันลงได้ ไม่มีทางที่จะทำให้คุณพบกับความพอใจได้เลย

       การฝึกฝนตนเองเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น จะต้องเริ่มต้นด้วยการที่คุณรู้เป้าหมายในชีวิต รู้ว่าอะไรคือแรงผลักดัน และอะไรทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่ามากขึ้น เทคนิคต่างๆจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ก็ต่อเมื่อคุณได้วางรากฐานที่มั่นคงให้กับตนเองแล้วเท่านั้น


การจัดระเบียบเวลาของคุณ

       วิธีการบริหารเวลาต่อไปนี้สร้างขึ้น เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการควบคุมเวลาในชีวิต เพื่อให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็สามารถจะนำไปใช้ในการสร้างแรงกระตุ้นผลักดันให้คุณทำงานเพิ่มขึ้นในแต่ละวันที่ผ่านไป

       ประการสำคัญ คุณจะต้องคำนึงถึงคุณภาพมากกว่าปริมาณ และพยายามสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นให้ได้ มิใช่คิดพะวงอยู่แต่เรื่องงานเพียงอย่างเดียว



บริเวณที่เป็นกุญแจดอกสำคัญ


       ถ้าคุณต้องการความกระจ่างชัด เป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องตั้งคำถามขึ้นถามตัวคุณเองว่า

       "เรามาอยู่ตรงจุดนี้ด้วยจุดประสงค์อะไร?"

       ตรวจสอบความถูกต้องกับผู้ที่เกียวข้องให้แน่ใจว่ามีความคิดเห็นตรงกัน หลังจากนั้นตรวจสอบความสมดุลของเวลาที่คุณใช้อยู่กับเป้าหมาย คุณค่า และความสำคัญก่อนหลัง ถ้าคุณมิได้ใช้เวลาในจุดหรือบริเวณที่คุณเห็นว่ามีความสำคัญ คุณจะต้องรู้จักวิธีการต่อรองเพื่อจะใช้เวลาอย่างถูกต้องด้วย



ลำดับความสำคัญก่อนหลัง


       บางคนนั้นองค์ประกอบของสิ่งสำคัญในชีวิตประกอบด้วยคำว่า "ต้องทำ" และ "ควรทำ" ดังนั้นคำว่า "สิ่งที่อยากทำ" จึงมักเป็นสิ่งที่สร้างความผิดหวังให้เกิดขึ้นเสมอ เพราะมักจะขึ้นอยู่กับ "สิ่งที่ต้องมาก่อน" ในความคิดของคนอื่น

       เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำให้แน่ใจด้วยว่า ลำดับความสำคัญก่อนหลังนั้นเกิดขึ้นด้วยความคิดของคุณเองไม่ใช่ของผู้อื่น

       ทดลองใช้วิธีการดังต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างในสัปดาห์ที่จะมาถึง เขียนรายการงานที่...
  1. สามารถกำหนดเวลาได้ (งานที่มีความเคลื่อนไหวเสมอ)
  2. รวบรวมงานที่มิได้กำหนดเวลา (งานที่รอเวลาได้) แล้วนำมาคัดเลือกว่างานชิ้นไหนเป็น งานที่เร่งด่วนและมีความสำคัญ
       ปกติงานที่วางแผนไว้ล่วงหน้ามักจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในบริเวณที่เป็นกุญแจสำคัญที่คุณตั้งขึ้นไว้ อันดับต่อไป วางกำหนดเวลาให้กับกิจกรรมต่างๆเหล่านั้น

       งานที่ต้องการความฉับไวและมีความสำคัญ คุณจะต้องให้เวลาแก่มันให้มาก โดยเน้นในเรื่องของความสำคัญ วางแผนแบ่งเวลาไว้ให้กับงานที่รอเวลาได้ ถ้ามันเป็นงานด่วน แต่ไม่มีความสำคัญแล้ว จงกำจัดมันออกไปให้พ้นทางโดยเร็วที่สุด แต่ถ้ามันเป็นงานด่วนและมีความสำคัญคุณจะต้องจัดตารางเวลาเสียใหม่


ตัวขโมยเวลา

       เมื่อสิ่งที่มีความสำคัญอันดับแรกกำลังทำงาน
คำถามที่คุณจะต้องตั้งขึ้นเพื่อถามตลอดเวลา
ก็คือ
  1. ผมทำสิ่งนี้เพื่ออะไร?
  2. นี่เป็นวิธีการใช้เวลาที่ดีที่สุดหรือไม่?
  3. ผมต้องการทำสิ่งนี้จริงหรือไม่?

สิ่งที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา
  1. สำหรับผู้ที่ไม่เคยจัดระเบียบให้กับตนเอง ให้ใช้สมุดบันทึก ระบบการจัดเก็บเอกสารและการวางแผน เพื่อจัดระเบียบให้กับตนเอง ถ้าคุณไม่เคยมีในสิ่งนั้นเลย
  2. การผูกมัดตนเอง คุณจะต้องรู้ถึงสิ่งที่เป็นความสำคัญอันดับแรก รู้จักการตอบปฏิเสธเสียบ้าง แม้บางครั้งคุณอาจจะต้องเสี่ยงกับความไม่ชอบหน้าสักระยะหนึ่งก็ตาม
  3. สำหรับผู้ที่อยากเห็นในเรื่องของผู้อื่น หนทางแก้คือ ยกหูโทรศัพท์ออก ปิดประตูห้อง งดเล่น social network หรือไม่ก็บอกใครว่าคุณยังไม่ว่างพอที่จะพบได้ กำหนดเวลาให้เขากลับมาใหม่ในวันหลัง
  4. การประชุม ก่อนหน้าที่ประชุม คุณควรเตรียมตัวให้พร้อมและเรียกร้องให้ผู้ที่จะเข้าร่วมคนอื่นๆกระทำแบบนี้ด้วย เมื่อเข้าประชุมควรเสนอแนะโครงการที่เป็นประโยชน์มากกว่า เรียนรู้วิธีที่จะปิดการประชุมอย่างนุ่มนวลและสุภาพ
  5. ปฏิบัติตามธรรมเนียม อย่ามีความรู้สึกว่าการที่คุณต้องปฏิบัติเช่นนั้น เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนในบริษัทหรือแผนกเคยปฏิบัติกันมาแต่ก่อน เพราะนั่นคือ การผูกมัดตนเองจงทบทวนกิจวัตรที่เคยปฏิบัติเสียใหม่ พิจารณาว่ามันเป็นความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้สิ่งที่เป็นความคาดหมายของคุณกระจ่างขึ้น
  6. การเดินทางและการรอคอย ใช้เวลาระหว่างรอในการอ่านหนังสือ จดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ฟัง audio book อย่าให้หมดไปกับความโกรธเคืองที่เกิดความล่าช้าเสียเวลาขึ้น
  7. สัญญาที่มิได้รับการปฏิบัติ กำหนดลงไปให้ชัดเจนว่างานที่คุณต้องการให้เสร็จเรียบร้อยนั้นควรจะเป็นเมื่อไร ที่ไหนและอย่างไร ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงความช้าโดยไม่จำเป็น คุณจะต้องมองเห็นภาพด้วยว่า ถ้าสิ่งที่ตั้งใจไว้ไม่เป็นผลสำเร็จตามความคาดหมายหรือล้มเหลวแล้ว ผลที่จะเกิดตามมาจะเป็นอย่างไร
       
       ข้อแนะนำต่างๆเหล่านี้ ส่วนมากจะเป็นไปในแนวทางการทำงาน แต่คุณสามารถจะนำมาปรับปรุงหรือประยุกต์ใช้กับชีวิตในครอบครัวได้

       จำไว้ว่า ความพอใจที่มีความสมดุล หมายถึง การเจรจาต่อรองกับบุคคลที่สามารถสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับคุณได้เท่านั้น



ทดลองทำทันที
  1. พยายามชี้ชัดในสิ่งที่เป็นตัวขโมยเวลา
  2. รวบรวมความคิดว่าคุณจะจัดการอย่างไรกับตัวขโมยเวลา
  3. เลือกหนทางในการแก้ปัญหาและพิจารณาความเกี่ยวพันระหว่างตัวคุณเองกับผู้อื่น
  4. รวบรวมหนทางในการแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วนำมาพิจารณาผลที่จะเกิด เมื่อนำมาใช้
  5. เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อทบทวนธรรมชาติของปัญหาอย่างสม่ำเสมอ


เมื่อความสมดุลมิใช่สิ่ง ที่ยอมรับได้


       มันเป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่คุณจะต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างเวลาทำงาน เวลาที่คุณจะต้องรักษาความเป็นตัวของตนเอง เวลาที่จะใช้ในการสร้างดุลยพินิจ เวลาที่จะนำมาใช้ตามความต้องก่ารให้เป็นผลสำเร็จ

       ขณะเดียวกันเวลาทั้งหลายเหล่านี้ก็ยังจะต้องเท่าเทียมกับเวลาที่คุณำมาใช้ในเรื่องกิจกรรม จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งจะต้องมีความสมดุลกันเพื่อให้การบริหารตนเองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

       อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีโอกาสที่คุณพร้อมจะทุ่มเททั้งเวลาและพลังแรงกายลงไปในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่ทำเช่นนั้นแล้วเป้าหมายที่ตั้งขึ้นไว้จะไม่บรรลุความสำเร็จอย่างแน่นอน

       บ่อยครั้งที่การขาดความสมดุลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้านหลังใหม่ งานในตำแหน่งใหม่ ความสัมพันธ์หรือเรื่องลูก ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้คุณต้องสละเวลาและพลังกายพลังใจลงไปให้ในเรื่องเหล่านี้


       เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้แล้ว ควรจะเตรียมบุคคลอื่นไว้สำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าปล่อยให้การขาดความสมดุลแบบนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆแล้วมันจะทำลายทั้งสุขภาพ ความสัมพันธ์ หน้าทีการงาน และอื่นๆโดยไม่ต้องการกล่าวถึงความพอใจที่คุณจะได้รับในชีวิตนี้

       เพื่อหลีกเลี่ยงหลุมพรางดังกล่าว รีบหาวิธีที่จะจัดการกับภาวะตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากการขาดความสมดุลดังกล่าวไว้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น